วันจันทร์, 20 กันยายน 2564

ต้องไม่ให้มี เด็ดขาด

10 ต.ค. 2019
138

 

“บิ๊กป้อม” สั่งคุม รับมือ “ไฟป่า-หมอกควัน” ในพื้นที่ภาคเหนือ ลงพื้นที่ เชียงใหม่ แนะใช้ ดาวเทียม เทคโนโลยี ข้อมูลสารสนเทศ มาช่วย คุม hot spots ชี้ ปัญหาไฟป่าที่เกิดจาก คน บุกรุกแผ้วถางเผาป่าทำไร่เลื่อนลอย ต้องไม่ให้มีโดยเด็ดขาด

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนรยกฯและ นายวราวุธ ศิลปอาชา รมว.ทรัพยากรฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางไป จ.เชียงใหม่ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันภาคเหนือ

โดยประชุมรับทราบสถานการณ์และมอบนโยบายกับส่วนราชการต่างๆ ที่ ศูนย์ประชุมเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบ พระชนมพรรษา

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิต กังวลและห่วงใยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กห.และรัฐบาล ต่อผลกระทบปัญหาสุขภาพอนามัยของประชาชนจากสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควันที่ผ่านมา

โดยรัฐบาล กำหนดเป็นวาระแห่งชาติ ที่ต้องร่วมกันขับเคลื่อน จึงย้ำให้ทุกส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ได้เตรียมความพร้อมแต่เนิ่นๆ ในการป้องกันและรับมือกับปัญหาไฟป่าที่เกิดขึ้นอย่างจริงจัง

โดยให้เตรียมข้อมูลพื้นฐานจากดาวเทียมและถอดบทเรียนการทำงานที่ผ่านมา พัฒนาแผนงานและกำหนดมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาที่เป็นรูปธรรม มีการแบ่งมอบความรับผิดชอบและบูรณาการทำงานร่วมกันให้ชัดเจนมากขึ้นในระดับพื้นที่ ควบคู่กับให้ความสำคัญในการสร้างความเข้าใจและมีส่วนร่วมของประชาชน ในการสร้างเครือข่ายจิตอาสาและยุวชนในพื้นที่มากขึ้น ทั้งการร่วมเฝ้าระวังป้องกันและแก้ปัญหา

โดยกำชับขอให้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นเจ้าภาพหลัก ประสานความร่วมมือกับประเทศในอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงและส่วนราชการต่างๆ ร่วมกันเฝ้าระวังและแก้ปัญหาไฟป่า ทั้งพื้นที่ภายนอกและในประเทศ 

โดยเฉพาะปัญหาไฟป่าที่เกิดจากคน บุกรุกแผ้วถางเผาป่าทำไร่เลื่อนลอย ต้องไม่ให้มีโดยเด็ดขาด

โดยให้นำเทคโนโลยีและข้อมูลสารสนเทศมาใช้บริหารจัดการเพื่อลดจุดความร้อนในพื้นที่ และให้เตรียมความพร้อมระดมสรรพกำลัง ร่วมทำงานเชิงรุกมากขึ้น ทั้งมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาที่ต้องมีความชัดเจน รวดเร็วและทันต่อเหตุการณ์ และต้องเป็นศูนย์กลางการให้ข้อมูลที่ถูกต้องกับประชาชน ทั้งการพยากรณ์

รวมทั้งการแก้ปัญหาสถานการณ์ไฟป่าและปัญหาหมอกควันที่เกิดขึ้น และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เตรียมความพร้อมการทำฝนหลวงในช่วงวิกฤตหมอกควัน พร้อมทั้งทำความเข้าใจกับประชาชน เร่งเปลี่ยนพื้นที่เกษตร 9 จังหวัดภาคเหนือไปสู่การเป็นเกษตรปลอดการเผาใน 3 ปี

ขณะเดียวกัน ขอให้กระทรวงมหาดไทย ลงขับเคลื่อนงานท้องถิ่นถึงระดับตำบลและหมู่บ้านมากขึ้น ในการจัดระเบียบควบคุมและเฝ้าระวังการเผาพืชไร่ พร้อมทั้งเสริมประสิทธิภาพของศูนย์บัญชาการระดับจังหวัด ติดตามเข้าควบคุมการเผา รวมทั้งปัญหาไฟป่าและหมอกควันในพื้นที่ทันทีเมื่อเกิดเหตุ

โดยให้มีแผนเผชิญเหตุให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ พร้อมทั้งขอให้กระทรวงกลาโหม สนับสนุนการทำงานในพื้นที่ทั้งมาตรการป้องกันและแก้ปัญหาทางพื้นดินและทางอากาศ โดยเฉพาะการอำนวยการควบคุมพื้นที่ที่ขยายวงกว้างและมีผลกระทบในหลายจังหวัด

พล.อ.ประวิตร ปล่อยขบวนคาราวาน จากความร่วมมือของทั้งหน่วยงานภาครัฐและภาคประชาชน เพื่อร่วมกันรณรงค์ต่อต้านการเผาและลดหมอกควันในพื้นที่

โดยย้ำว่าความสำเร็จของการป้องกันและแก้ปัญหา ต้องมีความเข้าใจ ร่วมตระหนักต่อปัญหาและผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อตนเองและสังคม จึงต้องการความร่วมมือและการมีส่วนร่วมของประชาชนทุกคน ทั้งมาตรการทางสังคมและกฎหมาย

error: Content is protected !!