วันจันทร์, 27 กันยายน 2564

ด่านหน้า กล้าหาญ “ตกก.552” “เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์” เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง สัญชาติไทย -แต่ “แบบฝรั่ง” ลำที่2

 

พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ จะรับมอบ “เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์” เรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง (ตกก.552) จาก เจ้ากรมอู่ทหารเรือ พรุ่งนี้ 27กย.2562 ที่ ท่าเรือแหลมเทียน สัตหีบ ชลบุรี

โดย ผบ.ทร.จะมอบเอกสารการส่งมอบเรือ และธงราชนาวี ให้ แก่ ผู้บัญชาการกองเรือยุทธการ พร้อมเชิญธงราชนาวีขึ้นสู่ยอดเสาบนเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ และ คล้องพวงมาลัยหัวเรือ

โครงการนี้ มี เสธ.อุ้ย พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน เสนาธิการทหารเรือ เป็น ประธานโครงการ

กองทัพเรือ ได้น้อมนำกระแสพระราชดำรัส รัชกาลที่9 ในการให้ ทร.ต่อเรือรบใช้เอง มาเป็นแนวทางในการพัฒนาโครงการกำลังรบตามแผนยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือผูกพันปีงบประมาณ 2551 – 2554 ในโครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งเฉลิมพระเกียรติ 84 พรรษาพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรซึ่งได้รับพระราชทานชื่อว่า “เรือหลวงกระบี่”

นับเป็นการเพิ่มศักยภาพ ด้วยการต่อเรือที่มีขนาดใหญ่ขึ้นเพื่อเป็นการดำเนินการตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการพึ่งพาตนเองกับเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของกรมอู่ทหารเรือในการต่อเรือตรวจการณ์ที่มีขนาดใหญ่ขึ้น

โดยเรือหลวงกระบี่ ถือได้ว่าเป็นเรือรบที่มีขนาดใหญ่ที่สุดเท่าที่กองทัพเรือไทยเคยสร้างมามีระยะเวลาในการสร้างเรือนับตั้งแต่วางกระดูกงูจนถึงขึ้นระวางประจำการรวม 3 ปี

โดยกองทัพเรือได้ลงนามในสัญญาซื้อขายแบบเรือและพัสดุจากประเทศอังกฤษ ส่วนการบริการทางเทคนิคในการติดตั้งการเชื่อมต่อการทดสอบ ทดลองอุปกรณ์ตลอดจนการสร้างเรือในสาขาต่างๆนั้นได้ลงนามกับ บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจในส่วนของกองทัพเรือ

สำหรับ โครงการจัดหาเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 เข้าประจำการกองทัพเรือโดยใช้แบบของ”เรือหลวงกระบี่” เป็นพื้นฐานในการสร้างเรือพร้อมกับมีการปรับปรุงข้อบกพร่อง ในส่วนต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งชุดเรือหลวงปัตตานีและเรือหลวงกระบี่ เพื่อให้เรือลำใหม่มีคุณลักษณะที่เหมาะสมมากขึ้นในการตอบสนองภารกิจของกองทัพเรือ

โดยกองทัพเรืออนุมัติให้โครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 เป็นโครงการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีระยะเวลาดำเนินโครงการ 4 ปีนับตั้งแต่ปีงบประมาณ 2558 ถึง 2561

โครงการสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ลำที่ 2 เฉลิมพระเกียรติ เป็นส่วนหนึ่ง โครงการพัฒนากำลังรบตามยุทธศาสตร์ของกองทัพเรือ มีวัตถุประสงค์ เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถ ของกองทัพเรือในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล การรักษากฎหมายในทะเลและการปฏิบัติการรบผิวน้ำรวมทั้งการค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยในทะเล และสนับสนุนการปฏิบัติการทางเรืออื่นๆ

ทั้งนี้ ในส่วนของความแตกต่างระหว่าง เรือหลวงกระบี่ กับเรือตรวจการณ์ไกลฝั่งลำที่ 2 ที่สำคัญ คือ ได้เพิ่มขีดความสามารถของดาดฟ้าบินให้สามารถจอดเฮลิคอปเตอร์ปราบเรือดำน้ำแบบซีฮอว์คได้ การติดตั้งอาวุธปล่อยนำวิถีพื้นสู่พื้นแบบฮาร์พูน

รวมถึงการปรับปรุงห้องต่างๆ ให้มีความเหมาะสมมากยิ่งขึ้น โดย ในส่วนของการต่อเรือนั้น ใช้การต่อแบบ Block Construction แทนการต่อแบบเดิมที่ต้องเริ่มจากการวางกระดูกงูเรือ โดยประกอบ 17 บล็อคใหญ่ 31 บล็อคย่อย ให้เสร็จสิ้นก่อน แล้วค่อยนำมาประกอบ ในอู่แห้ง

โดยได้ดำเนินการสร้างเรือ ที่อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช และเมื่อวันที่ 23 มิถุนายน 2560 กองทัพเรือได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ประกอบพิธีวางกระดูกงูเรือ ณ อู่ราชนาวีมหิดลอดุลยเดช

ต่อมาในปี 2562 พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานชื่อเรือลำนี้ว่า เรือหลวงประจวบคีรีขันธ์

สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ประกอบพิธีปล่อยเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ลงน้ำ ในวันที่ 2 สิงหาคม 2562

โครงการสร้างเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์ลำนี้ กองทัพเรือได้ใช้ศักยภาพและความรู้ความสามารถของกำลังพลกองทัพเรือในการดำเนินการติดตั้งทดสอบ ทั้งตัวเรือโดยกรมอู่ทหารเรือ ระบบอาวุธ โดยกรมสรรพาวุธทหารเรือ และ กรมอิเล็กทรอนิกส์ทหารเรือ

แม้ว่าจะใช้แบบเรือของต่างประเทศ แต่อาจกล่าวได้ว่าเป็นการสร้างเรือขนาดใหญ่ด้วยการพึ่งพาตนเองได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ภาพ:ข้อมูล: กองทัพเรือ
#จากชื่อเรือหลวงตรังสู่ชื่อพระราชทานเรือหลวงประจวบคีรีขันธ์

error: Content is protected !!