วันจันทร์, 20 กันยายน 2564

ทัพเรือ ส่ง “เรือผลักดันน้ำ” 25 ลำ จากสกลนคร ไป อุบลราชธานี เร่งระบายน้ำลงสู่แม่น้ำโขง …..ตามตำร้องขอ

 

เสธ.อุ้ย พลเรือเอก ชาติชาย ศรีวรขาน เสนาธิการทหารเรือ ในฐานะเสนาธิการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ เปิดเผยว่า พลเรือเอก ลือชัย รุดดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารเรือ/ผู้อำนวยการศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพเรือ ได้สั่งการให้ กองทัพเรือ ลำเลียงเรือผลักดันน้ำจำนวน 25 ลำ ที่เสร็จสิ้นภารกิจการผลักดันน้ำในพื้นที่จังหวัดสกลนคร เดินทางต่อไปยังจังหวัดอุบลราชธานี ในการเร่งระบายน้ำที่ท่วมขังในหลายพื้นที่ของจังหวัดอุบลราชธานีให้ไหลลงสู่แม่น้ำโขงโดยเร็วที่สุด

โดยขบวนรถลำเลียงเรือผลักดันน้ำ ออกเดินทางจาก อู่ทหารเรือพระจุลจอมเกล้า กรมอู่ทหารเรือ ตำบล แหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ เมื่อช่วงเย็น20 กันยายน 2562

โดยคาดว่าจะสามารถลำเลียงเรือผลักดันน้ำทั้ง 25 ลำ ออกเดินทางจากจังหวัดสกลนครได้ในช่วงเที่ยงของวันนี้ 21 กันยายน 2562

เสนาธิการทหารเรือ กล่าว่า พลเรือเอก ลือชัย เป็นห่วงพี่น้องประชาชนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือที่ประสบอุทกภัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์ของพี่น้องประชาชนผู้ประสบภัย

ทั้งนี้ การส่งเรือผลักดันน้ำ 25 ลำ ที่ดำเนินการการผลักดันน้ำในพื้นที่จังหวัดสกลนคร จนเข้าสู่สภาวะปกติเรียบร้อยแล้ว ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี เป็นไปตามที่ได้รับการร้องขอจากทางจังหวัดอุบลราชธานี

สำหรับ เรือผลักดันน้ำของกองทัพเรือนั้น ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม น้ำหลากมาตั้งแต่ปี 2538 ซึ่งแนวความคิดนี้ ปัจจุบันกรมชลประทานได้นำไปดัดแปลงระบบ เพื่อใช้แก้ไขปัญหาระบบน้ำทั่วประเทศ และจากองค์ความรู้ ในการสร้างเรือผลักดันน้ำ ที่คงมีอยู่ทำให้ กองทัพเรือสร้างเรือผลักดันน้ำขึ้นใหม่เพื่อให้ทันต่อการนำไปใช้ในพื้นที่ประสบอุทกภัย ในปี 2554 ทั้งยังสนองต่อพระราชดำริแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ด้วยการนำอุปกรณ์ เครื่องยนต์ที่มีอยู่เดิมมาผลิตและพัฒนาขึ้นใหม่เป็น 3 ขนาด คือขนาด 320 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 150,000 ลูกบาศก์เมตร/วันขนาด 220 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 100,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน และขนาด 120 แรงม้า ผลักดันน้ำได้ 30,000 ลูกบาศก์เมตร/วัน เรือผลักดันน้ำนับว่าเป็นประโยชน์ต่อการระบายน้ำเป็นอย่างมาก เพราะเป็นการระบายน้ำออกสู่ทะเลได้ครั้งละปริมาณมาก อีกทั้งยังสามารถชะล้างไล่ดินเลนที่ตกตะกอนอยู่ก้นแอ่งให้หมดไป ทำให้น้ำไหลได้สะดวกมากขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่เป็นแอ่ง เป็นบึงและคอขวด เนื่องจากเป็นที่ลุ่มระบายน้ำออกได้ลำบากและไหลได้ไม่เร็ว

error: Content is protected !!