วันอาทิตย์, 26 กันยายน 2564

อลังการ!! CMEx2019

15 มี.ค. 2019
160

 

หน่วยปฏิบัติการพิเศษ ทั้งทหาร ทุกเหล่าทัพ -ตำรวจ 1,670 นาย ในนามศูนย์ต่อต้านการก่อการร้าย”(ศตก.) ร่วม ทั้ง ฝึกปฏิบัติการในทะเลและชายฝั่ง ด้วย “เรือหลวงท่าจีน” เรือครู พิพิธภัณฑ์กลางแจ้ง ของ รร.เตรียมทหาร และ ปฏิบัติการไล่ติดตามและหยุดยั้งการหลบหนีด้วย ฮ.

ในการฝึก การบริหารวิกฤติการณ์ระดับชาติ Crisis Management Exercise : C-MEX19 ตามแผน “บ้านนา62” ฝึกความพร้อมต่อต้านก่อการร้าย และรองรับเป็นประธานAsean/ เผย เตรียม ยกร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปรามปรามการก่อการร้าย รองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี /เหล่าทัพ แม่ทัพภาค ผบ.ตำรวจ ผู้ว่าฯทั่วประเทศ ร่วมฝึกวางแผน เผื่อต้อง เป็น First Responder เผยกำลังพล หน่วยปฏิบัติการพิเศษเหล่าทัพ1,670 นาย ร่วมฝึก

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมการฝึกทดสอบแผนเผชิญเหตุภายใต้กรอบการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ : Crisis Management Exercise : C-MEX 19 ด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ที่ โรงเรียนเตรียมทหาร อำเภอบ้านนา จ. นครนายก

โดยมี พลเอกวัลลภ รักเสนาะเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหม พลเอกณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม เสนาธิการ3 เหล่าทัพร่วมคณะ โดยมี บิ๊กกบ พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต้อนรับ

ทั้งนี้เพราะ การก่อการร้ายที่ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาคมโลก ภูมิภาค และประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ปัจจุบันรูปแบบการก่อการร้ายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งมีความซับซ้อน มีการขยายอิทธิพล แนวคิด และมีการก่อเหตุที่รวดเร็ว แต่เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง

ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย รัฐบาลจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้าย 2560-2564

อีกทั้ง การยกร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปรามปรามการก่อการร้ายขึ้น เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 2561-2580 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล(ศตก.) ที่มี บิ๊กโป๊ป พลโท ชัชชัย ภัทรนาวิก ผบ.ศตก.พัฒนาขีดความสามารถให้มีความพร้อม

โดยที่ผ่านมาได้จัดการฝึกร่วม/ผสมกับเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น ยังได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการฝึกอบรม “ด้านการบริหารวิกฤตการณ์” โดยมีวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์สูงจากต่างประเทศ มาทำการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมจากทุกภาคส่วน

สำหรับในปีนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ประเทศไทยเป็นประธานAsean สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้ร่วมกันจัดการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ2562

ภายใต้รหัส “บ้านนา 62 ” หรือ C-MEX 19 วันที่ 13-15มีนาคม2562 โดยมุ่งเน้น การให้ความรู้ ความเข้าใจในการบริหารเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดจากการก่อการร้าย

รวมทั้งภัยพิบัติที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อการร้าย ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงระดับผู้ปฏิบัติ

โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กองทัพภาคที่ 1-4 ผู้บัญชาการตำรวจภาค 1-9 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเชิญปฏิบัติการในขั้นตอนการบริหารเหตุการณ์ การควบคุมบังคับบัญชา และการประสานงาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่อาจจะต้องเป็นผู้บริหารเหตุการณ์ในฐานะหน่วยเผชิญเหตุขั้นต้น (First Responder) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมปฏิบัติงานภายใต้สภาวะวิกฤติให้บรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งการฝึกฯในครั้งมีกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกฯ จำนวนทั้งสิ้น1,670 นาย

โดยมีรูปแบบการฝึก ประกอบด้วย
– การฝึกปรับมาตรฐานการปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติการทางยุทธวิธี และหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี
– การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ แบบการแก้ปัญหาบนโต๊ะ (Table Top Exercise)
– การประชุมเชิงปฏิบัติการและการฝึกปัญหาที่บังคับการ หรือ CPX ของส่วนต่าง ๆ ภายในกองบัญชาการเหตุการณ์
– การฝึกและการสาธิตการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ประกอบด้วย การปฏิบัติการต่อที่หมายสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสมมุติให้เกิดเหตุการณ์การกราดยิงในห้างสรรพสินค้าจำลอง

การปฏิบัติการต่อต้านอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง การปฏิบัติต่อที่หมายเรือเพื่อทดสอบกลไกการควบคุมสั่งการ การปฏิบัติการในทะเลและชายฝั่ง การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทางน้ำ ซึ่งเกิดจากการก่อการร้าย และการปฏิบัติการไล่ติดตามและหยุดยั้งการหลบหนีด้วยอากาศยาน

ซี่งจะทำให้มีการพัฒนาระบบเตรียมพร้อม และการบริหารจัดการภัยคุกคามให้มีประสิทธิภาพ ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ

ตลอดจนทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจถึงกระบวนการประสานงาน ประสานแผน และการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติการ

สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันที่เข้มแข็งในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศมีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย และภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาประเทศ

error: Content is protected !!