วันเสาร์, 31 กรกฎาคม 2564

“บิ๊กป้อม” ขึ้น ฮ. ไปดูการฝึกการบริหารวิกฤติการณ์ระดับชาติ Crisis Management Exercise : C-MEX19 แทน “บิ๊กตู่”

15 มี.ค. 2019
246

 

“บิ๊กป้อม” ขึ้น ฮ. ไปดูการฝึกการบริหารวิกฤติการณ์ระดับชาติ Crisis Management Exercise : C-MEX19 แทน “บิ๊กตู่” ตามแผน “บ้านนา62” ที่ รร.เตรียมทหาร พร้อมภัยต่อต้านก่อการร้าย และรองรับเป็นประธานAsean/ เผย เตรียม ยกร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปรามปรามการก่อการร้าย รองรับยุทธศาสตร์ชาติ 20ปี /เหล่าทัพ แม่ทัพภาค ผบ.ตำรวจ ผู้ว่าฯทั่วประเทศ ร่วมฝึกวางแผน เผื่อต้อง เป็น First Responder เผยกำลังพล หน่วยปฏิบัติการพิเศษเหล่าทัพ1,670 นาย ร่วมฝึก

พลเอก ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ตรวจเยี่ยมการฝึกทดสอบแผนเผชิญเหตุภายใต้กรอบการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ : Crisis Management Exercise : C-MEX 19 ด้านการต่อต้านการก่อการร้าย ที่ โรงเรียนเตรียมทหาร อำเภอบ้านนา จ. นครนายก

เดิมกองบัญชาการกองทัพไทย ได้เชิญพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี มาร่วมชม แต่พลเอกประยุทธ์มอบหมายให้ พลเอกประวิตร มาแทน

โดยมี พลเอกวัลลภ รักเสนาะเลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พลเอกชัยชาญ ช้างมงคล รมช.กลาโหมพลเอกณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกลาโหม ร่วมคณะ โดยมี ยิ๊กกบ พลเอก พรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ต้อนรับ

ทั้งนี้เพราะ การก่อการร้ายที่ยังคงเป็นภัยคุกคามร้ายแรงและส่งผลกระทบอย่างรุนแรงต่อประชาคมโลก ภูมิภาค และประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง

อีกทั้ง ปัจจุบันรูปแบบการก่อการร้ายมีการเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ซึ่งมีความซับซ้อน มีการขยายอิทธิพล แนวคิด และมีการก่อเหตุที่รวดเร็ว แต่เกิดผลกระทบอย่างรุนแรง

ดังนั้นเพื่อให้ประเทศไทยมีความพร้อมในการป้องกันและแก้ไขปัญหาการก่อการร้าย รัฐบาลจึงได้กำหนดยุทธศาสตร์การต่อต้านการก่อการร้าย 2560-2564

อีกทั้ง การยกร่างพระราชบัญญัติป้องกัน และปรามปรามการก่อการร้ายขึ้น เพื่อรองรับยุทธศาสตร์ชาติ 2561-2580 นโยบายและแผนระดับชาติว่าด้วยความมั่นคงแห่งชาติ เพื่อให้หน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องนำไปพัฒนาระบบการเตรียมพร้อมที่จะรับมือกับภัยคุกคามได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ กองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้มอบหมายให้ศูนย์ปฏิบัติการต่อต้านการก่อการร้ายสากล(ศตก.) ที่มี บิ๊กโป๊ป พลโท ชัชชัย ภัทรนาวิก ผบ.ศตก.พัฒนาขีดความสามารถให้มีความพร้อม

โดยที่ผ่านมาได้จัดการฝึกร่วม/ผสมกับเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และมิตรประเทศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนั้น ยังได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการฝึกอบรม “ด้านการบริหารวิกฤตการณ์” โดยมีวิทยากรที่มีความรู้และประสบการณ์สูงจากต่างประเทศ มาทำการฝึกอบรมและแลกเปลี่ยนความรู้ให้แก่ผู้เข้ารับการอบรมจากทุกภาคส่วน

สำหรับในปีนี้ถือเป็นวาระสำคัญที่ประเทศไทยเป็นประธานAsean สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ และกองบัญชาการกองทัพไทย จึงได้ร่วมกันจัดการฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ระดับชาติ2562

ภายใต้รหัส “บ้านนา 62 ” หรือ C-MEX 19 วันที่ 13-15มีนาคม2562 โดยมุ่งเน้น การให้ความรู้ ความเข้าใจในการบริหารเหตุการณ์วิกฤตที่เกิดจากการก่อการร้าย

รวมทั้งภัยพิบัติที่เกิดจากเหตุการณ์ก่อการร้าย ให้แก่ผู้บริหารระดับสูงจนถึงระดับผู้ปฏิบัติ

โดยมีผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ กองทัพภาคที่ 1-4 ผู้บัญชาการตำรวจภาค 1-9 ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดทั่วประเทศ และหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุมเชิญปฏิบัติการในขั้นตอนการบริหารเหตุการณ์ การควบคุมบังคับบัญชา และการประสานงาน

โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ที่อาจจะต้องเป็นผู้บริหารเหตุการณ์ในฐานะหน่วยเผชิญเหตุขั้นต้น (First Responder) เพื่อให้ทุกภาคส่วนสามารถร่วมปฏิบัติงานภายใต้สภาวะวิกฤติให้บรรลุภารกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งการฝึกฯในครั้งมีกำลังพลที่เข้าร่วมการฝึกฯ จำนวนทั้งสิ้น1,670 นาย

โดยมีรูปแบบการฝึก ประกอบด้วย
– การฝึกปรับมาตรฐานการปฏิบัติของหน่วยปฏิบัติการทางยุทธวิธี และหน่วยสนับสนุนการปฏิบัติการทางยุทธวิธี
– การฝึกการบริหารวิกฤตการณ์ แบบการแก้ปัญหาบนโต๊ะ (Table Top Exercise)
– การประชุมเชิงปฏิบัติการและการฝึกปัญหาที่บังคับการ หรือ CPX ของส่วนต่าง ๆ ภายในกองบัญชาการเหตุการณ์
– การฝึกและการสาธิตการปฏิบัติการทางยุทธวิธี ประกอบด้วย การปฏิบัติการต่อที่หมายสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งสมมุติให้เกิดเหตุการณ์การกราดยิงในห้างสรรพสินค้าจำลอง

การปฏิบัติการต่อต้านอาวุธที่มีอำนาจทำลายล้างสูง การปฏิบัติต่อที่หมายเรือเพื่อทดสอบกลไกการควบคุมสั่งการ การปฏิบัติการในทะเลและชายฝั่ง การบรรเทาสาธารณภัยและช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยทางน้ำ ซึ่งเกิดจากการก่อการร้าย และการปฏิบัติการไล่ติดตามและหยุดยั้งการหลบหนีด้วยอากาศยาน

ซี่งจะทำให้มีการพัฒนาระบบเตรียมพร้อม และการบริหารจัดการภัยคุกคามให้มีประสิทธิภาพ ตามกรอบยุทธศาสตร์ชาติ

ตลอดจนทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าใจถึงกระบวนการประสานงาน ประสานแผน และการปฏิบัติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตั้งแต่ระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติการ

สร้างเครือข่ายการทำงานร่วมกันที่เข้มแข็งในอนาคต ซึ่งจะส่งผลให้ประเทศมีความพร้อมในการรับมือกับภัยคุกคามจากการก่อการร้าย และภัยคุกคามรูปแบบต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รองรับการพัฒนาประเทศ

error: Content is protected !!