วันอาทิตย์, 25 กรกฎาคม 2564

“บิ๊กตู่” สะกิด พรรคไหน??

15 มี.ค. 2019
98

 

หลัง “พรรคพลังประชารัฐ”ชู ขึ้นค่าแรง จนเกิดเสียงวิจารณ์จากภาคธุรกิจเอกชน …..คาด ”บิ๊กตู่” หวั่นเสียคะแนนเสียง ในระดับผู้ประกอบการ เลย ออกสารจากนายกฯ ติง พรรคการเมือง หาเสียง ชู นโยบายสวัสดิการ ข้ึนค่าแรง กระทบธุรกิจภาคเอกชน แถมงบฯมีจำกัด ยกเว้นเก็บภาษี ให้ได้มากขึ้น

ทำเนียบรัฐบาล แจกจ่าย สารจาก
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. ระบุถึงการหาเสียง ของทุกพรรคการเมือง ที่มีการชู นโยบายว่า จะดำเนินการเรื่องใดๆ ซึ่งจะต้องใช้งบประมาณรัฐจำนวนมาก บางเรื่องก็อาจกระทบต่อภาคส่วนต่างๆ ทั้งภาคประชาชน ภาคธุรกิจ เอกชน รวมถึงภาครัฐ เช่น ด้านการศึกษา สวัสดิการ การข้ึนค่าแรง ฯลฯ

“ขอยืนยันว่าทุกรัฐบาลจะต้องดำเนินการภายใต้ระเบียบ วิธีการ กฎหมายด้านงบประมาณ การเงิน การคลังและกฎหมายอื่น ๆท่ีเก่ียวข้อง ซึ่งจะทำได้ มากน้อยแค่ไหน ข้ึนอยู่กับรายได้และสัดส่วนงบประมาณโดยรวมของรัฐ”

แต่ มีทางเดียวท่ีจะทำได้ ตามที่หลายพรรคการเมืองหาเสียงกันไว้คือ รัฐต้องมีรายได้เพิ่มมากข้ึน จากการจัดเก็บภาษี ทั้งทางตรง ทางอ้อม กำไรและรายได้ของรัฐวิสาหกิจ ค่าธรรมเนียมและรายไ้ด้อื่น เพิ่มจำนวนนักท่องเท่ียวมาไทยให้มากข้ึน

และหากงบประมาณ ไม่เพียงพอก็ต้องกู้เงิน ซึ่งจะต้องคานึงถึงหน้ีสาธารณะท่ีจะเพิ่มข้ึนด้วย การข้ึนค่าแรงก็ต้องไม่กระทบต่อการลงทุน การย้ายฐานการผลิต การลงทุน

ในขณะท่ีเรากำลังเร่งรัดการลงทุนในพื้นที่เศรษฐกิจต่าง ๆ เพื่อเพิ่มรายได้จองรัฐเพิ่ม งานเพิ่มอาชีพ และเพิ่มการดูแลสวัสดิการให้กับพี่น้องประชาชนคนไทย

“ขอยืนยันว่าหากเรายังหารายได้ให้รัฐมากข้ึนไม่เพียงพอ ก็จะไม่สามารถทาตามนโยบายที่หลาย พรรคการเมืองหาเสียงไว้ไ้ด้”

ดังนั้นในการเลือกตั้งคร้ังน้ี ไม่ว่านายกรัฐมนตรี และรัฐบาลจะเป็นใครพรรคใด จะต้องมีธรรมาภิบาลในการบริหารราชการแผ่นดิน อันได้แก่ หลักคุณธรรม ความโปร่งใส ความมีส่วนร่วม ความรับผิดชอบ ความคุ้มค่า

เราควรต้องได้นายกรัฐมนตรีแบบที่มีธรรมาภิบาล บริหาร ราชการอยู่ในกฎ ระเบียบ กติกา กฎหมาย การจะดำเนินโครงการ และงบประมาณ จะต้องชี้แจง ได้ว่าเราจะหางบประมาณมาจากไหน อยู่ในวินัยการเงินการคลังหรือไม่ รัฐบาลจะต้องดูแล ประชาชนทุกภาคส่วนอย่างทั่วถึงทั้งประเทศ

error: Content is protected !!