วันจันทร์, 27 กันยายน 2564

I am a Professional Soldier.

23 ก.พ. 2019
564

“บิ๊กแดง” ยัน เป็นทหารอาชีพ เคารพรัฐธรรมนูญ ไม่คิดอยากปฏิวัติ ยันใครมาเป็นรัฐบาล หลังเลือกตั้ง ก็พร้อมทำตามคำสั่ง ยัน ทหาร Free Vote ไม่มี สั่งให้เลือกใคร พรรคไหน ยันไม่เคยคิด วัดรอยเท้าพ่อ “จ๊อด” ชี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแล้ว / ชี้นักการเมืองโจมตีกองทัพ หวังลามถึงสถาบันฯ/ แจงเหตุให้ฟังเพลง”หนักแผ่นดืน” เพราะ เกืดความสับสนวุ่นวาย ความขัดแย้งขึ้นในชาติ ทั้งๆที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน ทำไมเราไม่รักกันล่ะ ทำไมต้องทำให้คนไทยเกลียดกันเอง

พลเอกอภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ ให้สัมภาษณ์ Straits Times ของสิงคโปร์ เป็นภาษาอังกฤษ โดย กล่าวว่า นักการเมือง มักจะโจมตีกองทัพ เพราะเชื่อว่า ถ้าสามารถทำให้คนไทย ไม่ชอบทหาร หรือไม่วางไว้ใจกองทัพ กองทัพจะล่มสลาย ประเทศจะถูกทำให้อ่อนแอ แล้วจากนั้น จะเกิดอะไรขึ้นกับสถาบันฯ ที่ยึดเหนี่ยวจิตใจคนไทย

พลเอก อภิรัชต์ ยืนยันในความเป็น กลางของกองทัพบก ในการเลือกตั้งครั้งนี้ แม้ว่า จะสนิทสนมกับ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. เพราะเราเติบโตในทบ.มาด้วยกัน และเคยทำงานกับ พลเอกประยุทธ์ มา ก็ตาม แต่ด้วยเพราะเราเป็นทหารรอาชีพ professional soldier ตนเองก็ต้องประกาศว่า กองทัพจะต้องกลับมาวางตัวเป็นกลาง
และจะเป็น Free Vote แน่นอน

Straits Times ระบุ ด้วยว่า พลเอกอภิรัชต์ เป็น นายทหารสาย royalist ที่จงรักภักดีอย่างมาก และสวมหมวกหลายใบ ทั้ง เลขาฯคสข.และผบ.ฉก.ทม.รอ. บอร์ด สนง.ทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์

“ผมไม่ได้ต้องการจะไปยุ่งเกี่ยวกับการเมือง แต่มันยาก ที่จะอธิบายว่า กองทัพบกเรา มีมีหน้าที่หลักต่อประชาชนอย่างไรบ้าง

แต่ตอนนี้ ในSocial media, Social network มีการโจมตีทหาร อย่างไม่เข้าใจบทบาทและหน้าที่ ของเรา ที่มีต่อประเทศ และสถาบันฯ

เราไม่สามารถไปบังคับให้ทหารเลือกใคร หรือไม่เลือกใคร ได้ เช่นที่มีข่าวลือออกมา เราให้free vote ให้กำลังพล เลือกคนที่ถูกต้องเหมาะสม และพรรคที่ถูกต้องเหมาะสม”บิ๊กแดง กล่าว

ส่วนการแนะนำให้ฟัง เพลง”หนักแผ่นดิน” ที่ Straits Times ระบุว่า เป็นเพลงยุค 6ตค.2519 นั้น พลเอก อภิรัชต์ กล่าวว่า หนักแผ่นดิน นั้นตนเองไม่ต้องการเจาะจงไปว่าใคร แต่เพลงนี้ เป็นเพลงที่ดี สะท้อนว่ามีคนที่พยายามจะทำให้เกืดความสับสนวุ่นวาย ความขัดแย้งขึ้นในชาติ ทั้งๆที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน ทำไมเราไม่รักกันล่ะ ทำไมต้องทำให้คนไทยเกลียดกันเอง


Straits Times ระบุด้วยว่า พลเอกสุนทร คงสมพงษ์ บิดาของ พลเอกอภิรัชต์ เคยเป็นหัวหน้ารัฐประหาร ในปี1991 จนนำไปสู่ bloody crackdown เหตุการณ์นองเลือด ในเดือน พค.1992

ประเทศไทย มีการรัฐประหาร ที่สำเร็จ 12 ครั้ง ตั้งแต่ ปฏิวัติเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในปี1932

และยังคงมีข่าวลือ รัฐประหารเกิดขึ้นเสมอๆ หลังจากพรรคไทยรักษาชาติ เสนอชื่อ บุคคลสำคัญ เป็น นายกฯ ก่อนที่เหตุการณ์ จะจบลงในคืนวันนั้น

Straits Times ระบุว่า Gen Apirat has never ruled out staging a coup.ไม่เคยปฏิเสธว่า จะไม่มีการรัฐประหารอีก

ครั้งนี้ ก็เช่นกัน พลเอกอภิรัชต์ ตอบว่า
“It depends on the situation,” มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์

“ไม่มีใครอยากปฏิวัติ เรามีทางเลือกอื่นที่ดี เช่น การประกาศ ภาวะฉุกเฉิน ..แต่ถ้าประเทศตกอยู่ในภาวะวุ่นวาย ทุกอย่างจะต้องดำเนินการตามกม. และรัฐธรรมนูญ ขอให้ วางใจผม ผมเคารพรัฐธรรมนูญ ผมเป็นทหารอาชีพ”

“No one wants a coup. Before a coup, we have better options, like declaring a state of emergency … if the country is in turmoil. Everything goes by the law and the Constitution. Trust me. I respect the Constitution. I am a professional soldier.”

เมื่อพูดถึง พลเอกสุนทร บิดา ผู้เป็นหัวหน้ารัฐประหาร นั้น พลเอก อภิรัชต์ กล่าวว่า ผมคงไม่สามารถเดินตามรอยเท้าพ่อ ได้ เมื่อ 20-30ปีที่แล้ว ที่พ่อของผม เป็น ผบ.สูงสุด กับตอนนี้ สถานการ์เปลี่ยนไปแล้ว แต่คนที่ตาอต้านผม ก็มักจะเอาเรื่องนี้ มาโยงอยู่ตลอดเวลา

“I cannot follow in his footsteps,” he said. “In the last 20, 30 years since my father was the supreme commander, the situation has changed. But those who oppose me try to draw this link all the time.”

ส่วน เรื่อง งบฯปี2562 นั้นที่ กลาโหม ได้ 227 billion baht,หรือราว 1.3 per cent of GDP.

พลเอก อภิรัชต์ กล่าวว่า นักการเมืองส่วนใหญ่ พยายามที่จะวิจารณ์งบฯทหาร โดยไม่รับผิดชอบ แต่เราไม่รู้หรอกว่า จะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต เพราะเกิดความขัดแย้งขึ้นทั่วโลก ดังนั้น แต่ละประเทศ ก็ต้องเตรียมในการปกป้องประเทศตัวเอง

“We don’t know what’s going to happen in the future; there are many conflicts in many parts of the world. So every country has to be prepared to protect itself.”

แต่ละประเทศ มีประชาธิปไตยใยรูปแบบของตนเอง เช่นเดียวกับ ไทย เพราะเรามีวัฒนธรรมที่หยั่งรากลึก และสถาบันกษัตริย์

พร้อมย้ำว่า ทหาร พร้อมที่จะทำงานกับรัฐบาลใดก็ได้ ที่จะขึ้นมาคุมอำนาจ หลังการเลือกตั้ง 24 มีค. ตามรัฐธรรมนูญ เพราะหากรัฐบาล สั่งกอฃทัพให้ทำอะไร แต่ถ้ากองทัพไม่ทำ ก็ถือว่า ขัดกม.

The military stands ready work with any government that comes to power after the March 24 election.

“The army has to support every government that is in power because that’s the law and it’s in our Constitution,” he said.

“If the government orders the army to do something – and the army does not do it – it’s wrong. That would be breaking the law.”

error: Content is protected !!