วันจันทร์, 2 สิงหาคม 2564

IDMEx 2019….ฝึก ตามพระราโชบาย “ร.10”….บูรณาการทุกหน่วยงาน พร้อมรับภัยพิบัติ

14 ก.พ. 2019
430

 

ทหาร พลเรือน จิตอาสา”กว่า 3พันคน พร้อม 77 ผู้ว่าฯ 15 กระทรวง 98 หน่วยงาน และ ทม.รอ.จัดกำลัง 1 หมวด ร่วมฝึกบรรเทาสาธารณภัยฯ ตามพระราโชบาย “สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ” ทรงแนะนำบทเรียนสถานการณ์ถ้ำหลวงฯ-ภัยพิบัติ มาปรับใช้ในเหตุการณ์วิกฤติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ตรวจการฝึกป้องกันและบรรเทา สาธารณภัยแบบบูรณาการ Integrate Disaster Management Exercise 2019, CM IDMEX 2019-IDMEX 2019 พร้อมด้วยผู้ว่าราชการ 77 จังหวัด ณ สนามฝึกและสนาม MOUT กองพลรบพิเศษที่ 1 จังหวัดลพบุรี ก่อนที่จะมีการฝึกอย่างเต็มรูปแบบในวันที่ 15-17 ก.พ.2562

สำหรับความเป็นมาของการฝึกสืบเนื่องมาจากการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศที่รุนแรงของโลกในปัจจุบัน ได้ส่งผลกระทบต่อ ความมั่นคงด้านสิ่งแวดล้อมในทุกภูมิภาคของโลก ภัยพิบัติทางธรรมชาติหลายประการได้อุบัติขึ้นและมีแนวโน้ม ทวีความรุนแรงขึ้นทุกขณะ

สำหรับประเทศไทยนั้นพบว่าความถี่และความรุนแรงของสาธารณภัยสูงขึ้น อย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติต่างๆ เช่น วาตภัย อุทกภัย ซึ่งเกิดจากพายุโซนร้อนปาบึก ในพื้นที่จังหวัด ทางภาคใต้ของประเทศ หรือปัญหาฝุ่นควัน PM 2.5 ในห้วงที่ผ่านมา

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯทรงห่วงใยและทรงคำนึงถึงพสกนิกรชาวไทยที่ประสบปัญหาและได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์วิกฤติและสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ มาโดยตลอด โดยเฉพาะเหตุการณ์ที่มีผู้พลัดหลงเข้าไปติดในถ้าหลวงขุนน้ำนางนอน จังหวัดเชียงราย ทรงพระราชทานแนวทางการบูรณาการ ในการใช้กำลังและการจัดระบบการปฏิบัติงาน เพื่อให้ทุกภาคส่วน ทั้งหน่วยงานราชการ ภาคเอกชน รวมทั้งประชาชนจิตอาสาได้นำไปปฏิบัติ จนสามารถทำให้การช่วยเหลือชีวิตของประชาชนประสบความสำเร็จ และได้รับความชื่นชมจากทั่วโลก

หลังจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทรงพระราชทานพระราโชบายสาคัญ คือ ให้นำขั้นตอนการสั่งการเมื่อครั้งเหตุการณ์ที่ถ้าหลวงมาใช้ให้เป็นประโยชน์ เพื่อที่จะทำให้การช่วยเหลือประชาชนที่ประสบภัย มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้นและนำมาเป็น แนวทางในการทำแผนการปฏิบัติ โดยให้ทุกหน่วยงานบูรณาการและผนึกกำลังช่วยเหลือประชาชน

ทั้งนี้ สิ่งสำคัญคือ ประชาชนจิตอาสา ต้องเข้าใจสถานการณ์หรือภัยคุกคามที่เผชิญอยู่ พร้อมทั้งกำหนดบทบาท ของจิตอาสา904 และประชาชนจิตอาสาพระราชทาน ซึ่งจะมีบทบาทสนับสนุนเป็นอาสาสมัคร ในการช่วยเหลือประชาชนที่กำลังได้รับความเดือดร้อน เพื่อให้สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ตามแนวทางของโครงการจิตอาสาพระราชทาน “เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการแก้ไขสถานการณ์วิกฤตและภัยพิบัติต่างๆ จึงได้นำแนวทางพระราชทานมากำหนดให้มีการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการประจำปีระหว่าง วันที่ 9-21กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2562ในพื้นที่จังหวัดลพบุรี เพื่อพัฒนา ศักยภาพทรัพยากรมนุษย์ การบังคับบัญชาร่วม และการวางแผนการปฏิบัติงานในระยะยาวอย่างเต็มประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผลสูงสุดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

การฝึกครั้งนี้มีปัญหาฝึกจำนวน 12 ประการครอบคลุมเรื่องการดับเพลิงแบบต่าง ๆ การกู้ภัยจาก ตึกถล่ม สารเคมีรั่วไหล การอพยพประชาชน การบริหารจัดการพื้นที่ภัยพิบัติ การแพทย์ฉุกเฉิน และ การจัดการศูนย์พักพิง เป็นต้น

เพื่อให้ศูนย์อำนวยการใหญ่โครงการจิตอาสาพระราชทาน ตามแนวพระราชดาริ และจังหวัดต่างๆ รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ฝึกการแก้ปัญหาแบบเป็นขั้นเป็นตอน

โดยมีหน่วยงานต่างๆ เข้ารับการฝึกจาก 15กระทรวง รวมทั้งสิ้น 98 หน่วยงาน เช่น กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงกลาโหม กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ (บก.ทม.รอ.)กองบัญชาการกองทัพไทย หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา กรมแพทย์ทหารบก กองพลพัฒนาที่ 1 จิตอาสา 904และ ประชาชนจิตอาสา เป็นต้น

ประสบการณ์จากการฝึกครั้งนี้ เมื่อนำมาประกอบกับอัตลักษณ์ที่สำคัญของสังคมไทย ในเรื่องความร่วมมือร่วมใจ ความมีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ การไม่ทอดทิ้งกันเมื่อถึงเวลาคับขันและประสบปัญหา พร้อมให้การช่วยเหลือซึ่งกันและกันอย่างเต็มที่ จนเป็นที่ประจักษ์ชัดในประชาคมโลกทำให้เชื่อมั่นได้ว่า ประเทศไทยจะมีรูปแบบของการบริหารจัดการสาธารณภัยที่เป็นรูปธรรม เพื่อนำไปใช้ในการปฏิบัติงานต่างๆ ให้เกิดความสูญเสียน้อยที่สุด ประชาชนได้รับการช่วยเหลือรวดเร็วที่สุด เป็นไปตามพระราชประสงค์ของ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงต้องการให้พสกนิกรของพระองค์มีความสุข ได้รับผลกระทบจากสาธารณภัย น้อยที่สุด และได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงทีเมื่อเกิดสถานการณ์ภัยพิบัติต่างๆ ต่อไป ซึ่งนับเป็น พระมหากรุณาธิคุณที่เปี่ยมล้นด้วยพระเมตตาต่อปวงชนชาวไทย อย่างหาที่สุดมิได้

ส่วนวัตถุประสงค์ในการฝึก1.ผู้ว่าราชการจังหวัด ได้ออกคำสั่งตามขั้นตอนการใช้หน่วย และฝึกการปฏิบัติของ ผู้บัญชาการเหตุการณ์ ฝ่ายอำนวยการ และส่วนปฏิบัติ2.เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกระดับชั้น และประชาชนจิตอาสา ได้ฝึกการติดต่อสื่อสารยามฉุกเฉินร่วมกัน3.เพื่อให้ผู้ว่าราชการจังหวัด ฝ่ายอำนวยการ และเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ได้ฝึกการใช้กำลังคน การจัดการพื้นที่ ที่เป็นระบบ ทุกคนมีความเข้าใจในหน้าที่ขอตนเอง4.น้อมนำพระราโชบายที่ได้กำหนดให้มีการแบ่งประชาชนจิตอาสาตามประเภทความสามารถต่างๆ มาวางแผนการใช้ประชาชนจิตอาสาให้ตรงกับความสามารถของแต่ละบุคคลเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

การอำนวยการและการจัดการฝึก
เพื่อให้การดำเนิน ในการฝึกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย กองทัพบกได้ออกคำสั่งจัดตั้งกองอำนวยการฝึก การช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมในพื้นที่ได้รับผลกระทบ และเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยมี พล.ต. นิรันดร ศรีคชาผู้อำนวยการสำนักกิจการพลเรือน กรมกิจการพลเรือนทหารบกเป็นผู้อำนวยการการฝึก ประกอบด้วย 3 ส่วนคือ ส่วนควบคุมการฝึก ส่วนรับการฝึก และส่วนสนับสนุนการฝึก สำหรับการฝึกในครั้งนี้จัดกำลังของส่วนราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ และหน่วยงานภาคประชาชน รวมทั้งประชาชนจิตอาสา โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย ส่วนอำนวยการและส่วนแผนมีจำนวน 3 หน่วยงาน ส่วนปฏิบัติการมีจำนวน 29 หน่วยงาน และกำลังจิตอาสา ส่วนสนับสนุนมี จำนวน 20 หน่วยงาน รวมกำลังพลเข้าทำการฝึกการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแบบบูรณาการ ทั้งสิ้น 3,081นาย พร้อมทั้งยุทโธปกรณ์จากหน่วยงานต่างๆ ในการช่วยเหลือและบรรเทา สาธารณภัย เพื่อใช้ใน
การฝึกในครั้งนี้จำนวน 241 รายการ

นอกจากนี้กองบัญชาการทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ได้จัดกำลังพล จำนวน 1 มว.มาตรฐาน เข้าร่วมในการฝึก และเพื่ออำนวยการประสานงานในการใช้กำลังประชาชนจิตอาสา รวมทั้งเตรียมสนับสนุน การวางแผนในการสำรวจภูมิลำเนาของกำลังพลประชาชนจิตอาสา ที่อยู่ในจังหวัดและภูมิภาคต่าง ๆ เพื่อให้สามารถจัดกำลังพลดังกล่าวให้เข้าถึงพื้นที่ของตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุภัยพิบัติ

error: Content is protected !!