วันเสาร์, 24 กรกฎาคม 2564

“บิ๊กป้อม-เตียบันห์” ถกGBC เปลี่ยนสนามรบ สมรภูมิ เป็นพื้นที่พัฒนาร่วม

 

สร้าง “พรมแดนแห่งมิตรภาพ เสถียรภาพและผลประโยชน์ร่วมกัน”
เร่งพัฒนา ชายแดน”จันทบุรี-ตราด กับโพธิสัตย์ ไพลิน และพระตะบอง”
ยัน ไม่เอาปัญหาเขตแดน มากระทบความสัมพันธ์-ไม่ละเมิดเขตแดน /ชี้ หากมีปัญหาเกิดขึ้น ให้เร่งยุติปัญหาระดับพื้นที่ ด้วยสันติวิธี/ เร่ง ทางรถไฟ ไทย – กัมพูชา /ยกระดับจุดผ่านแดน 4 จุด ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี , บ.ท่าเส้น จ.ตราด , ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ และ บ.เขาดิน จ.สระแก้ว /พัฒนา เขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ จ.สระแก้ว – จ.บันเตียเมียนเจย และ จ.ตราด – จ.เกาะกง

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กลาโหม พร้อม พลเอกณัฐ อินทรเจริญ ปลัดกระทรวงกลาโหม พลเอกวัลลภ รักเสนาะ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ พลเอกพรพิพัฒน์ เบญญศรี ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ ผู้แทนเหล่าทัพและหัวหน้าส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง เยือนราชอาณาจักรกัมพูชา ระหว่าง 13-14 ก.พ. 62 และประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ไทย – กัมพูชา ( General Border Committee : GBC ) ครั้งที่ 14 ที่ กรุงพนมเปญ

พล.อ.ประวิตร ได้เข้าพบหารือร่วมกับ สมเด็จพิชัยเสนา เตีย บันห์ รองนายกฯและรมว.กห.

พล.ท.คงชีพ ตันตระวาณิชย์ โฆษก กห. เปิดเผยว่า ทั้งสองฝ่ายต่างชื่นชมความสัมพันธ์ของทั้งสองประเทศที่มีพัฒนาการอย่างมาก

จากความแน่นแฟ้นของรัฐบาลและกองทัพที่ผ่านมา และเห็นชอบร่วมกันที่จะเพิ่มพูนความร่วมมือระหว่างกองทัพในการรักษาความมั่นคงทางบกและทางทะเลให้มากขึ้น

โดยกำหนดให้มีการประชุม ผบ.ทหารสูงสุด(ผบ.ทสส.)ร่วมกันในทุกปี

พร้อมทั้งร่วมกันผลักทุกพื้นที่ที่ เคยเป็นสมรภูมิ ให้กลับมาเป็นพื้นที่พัฒนาร่วมกัน โดยเฉพาะพื้นที่ชายแดนจันทบุรีและตราด – โพธิสัตย์ ไพลิน และพระตะบอง

ซึ่งจะจัดตั้งคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค ( RBC ) โดยเปิดกว้างให้มีการพูดคุยร่วมกันครอบคลุมทุกฝ่าย เพื่อนำไปสู่ “พรมแดนแห่งมิตรภาพ เสถียรภาพและผลประโยชน์ร่วมกัน”

พล.อ.ประวิตร และสมเด็จพิชัยเสนา เตียบันห์ ได้ทำหน้าที่ประธานร่วมการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป ( GBC ) ไทย – กัมพูชา ครั้งที่ 14

โดยทั้งสองฝ่าย ต่างตระหนักและยึดมั่นความตกลงระหว่างกันในการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคมในพื้นที่ชายแดน เป็นเสมือนวิธีการหนึ่งในการส่งเสริมเสถียรภาพและความมั่นคงในพื้นที่ตามแนวชายแดน

พร้อมทั้งยืนยันในเจตนารมณ์ ที่จะไม่เอาปัญหาเขตแดน มากระทบความสัมพันธ์อันดีของทั้งสองประเทศ

และงดเว้นการกระทำที่จะละเมิดเขตแดน หากมีปัญหาเกิดขึ้น จะร่วมกันยุติปัญหาระดับพื้นที่ด้วยสันติวิธี ด้วยความเข้าใจและเป็นไปตามหลักกฎหมาย

ที่ประชุมเห็นชอบร่วมกัน ที่จะขยายความร่วมมือด้านความมั่นคงและการรักษาความสงบเรียบร้อยพื้นที่ชายแดน และพัฒนากลไกใหม่ร่วมกันทั้งทวิภาคีและพหุภาคี

พร้อมทั้งสนับสนุนการเร่งรัดเชื่อมต่อทางรถไฟ ไทย – กัมพูชา และยกระดับจุดผ่านแดนที่ตกลงร่วมกัน 4 จุด ในพื้นที่ ช่องอานม้า จ.อุบลราชธานี , บ.ท่าเส้น จ.ตราด , ช่องสายตะกู จ.บุรีรัมย์ และ บ.เขาดิน จ.สระแก้ว

และร่วมผลักดันกลไกความร่วมมือต่างๆ ในการยกระดับความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการยุติแหล่งผลิตและทำลายเครือข่ายการค้ายาเสพติดระหว่างประเทศ การก่ออาชญากรรมรูปแบบต่างๆและการจับกุมผู้กระทำผิดที่หลบหนีของทั้งสองประเทศอย่างจริงจัง

รวมทั้งเห็นชอบร่วมกันสนับสนุนการเชื่อมโยงเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ บริเวณ จ.สระแก้ว – จ.บันเตียเมียนเจย และ จ.ตราด – จ.เกาะกง และผลักดันมูลค่าการค้าชายแดนให้ได้ตามเป้าหมาย 15,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ในปี 63 ควบคู่ไปกับการเพิ่มความร่วมมือในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ด้านสาธารณสุข การศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรมของประชาชนในพื้นที่ชายแดนทั้งสองประเทศ

ต่อจากนั้นทั้งสองฝ่ายได้ลงนามรับรองบันทึกการประชุมร่วมกัน เพื่อตอกย้ำความสำเร็จที่เป็นรูปธรรมร่วมกันและยึดเป็นกรอบแนวทางการปฏิบัติร่วมกัน

error: Content is protected !!