วันศุกร์, 7 พฤษภาคม 2564

UNHCR ชมไทย ไม่ส่งบุคคลที่ร้องขอไปยัง ที่เสียงต่อชีวิต

28 ม.ค. 2019
103

“พลเอกประวิตร” หารือ “ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ UNHCR คนใหม่ คุย การดูแลความปลอดภัยผู้ลี้ภัย/ขอบคุณไทย ที่ไม่ส่งบุคคลที่ร้องขอไปยังที่เสียงต่อชีวิต ชี้กรณีผู้ลี้ภัย ละเอียดอ่อน-ท้าทาย/พร้อมร่วมมือไทย ส่งกลับผู้ลี้ภัยอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมา กลับมาตุภูมิโดยสมัครใจครั้งที่ 3 ต้นปีนี้


พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รอง นายกฯและ รมว.กห.ต้อนรับ นาย Giuseppe De Vincentiis ผู้แทนข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ ประจำประเทศไทย ( UNHCR ) ในโอกาสเข้ารับตำแหน่ง

พ.อ.พัชร์ชศักดิ์ ปฏิรูปานนท์ ผช.โฆษก กห. เปิดเผยว่า พล.อ.ประวิตร ได้กล่าวชื่นชมบทบาทของ UNHCR ในการให้ความคุ้มครองช่วยเหลือ และหาทางออกที่ยั่งยืนแก่ผู้ลี้ภัย เด็ก และสตรี มามากกว่า 40 ปี

ปัจจุบันไทยมีผู้ลี้ภัย ที่พำนักในเขตเมืองประมาณ 4,600 คน

โดยภาพรวม สถานการณ์พัฒนาไปเชิงบวก ขณะเดียวกันในการดูแลผู้หนีภัย ไทยให้ความสำคัญต่อการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และเคารพสิทธิมนุษยชนของผู้หนีภัย ควบคู่กับได้พัฒนาความรู้และศักยภาพของผู้หนีภัย เพื่อเตรียมความพร้อมในการเดินทางกลับมาตุภูมิ โดยยึดหลักความปลอดภัยและหลักสิทธิมนุษยชน

นอกจากนั้น ที่ผ่านมาหน่วยงานต่างๆของไทย ได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจร่วมกัน ว่าด้วยการกำหนดมาตรการและแนวทางการกักตัวเด็กไว้ในสถานกักตัวคนต่างด้าวเพื่อรอการส่งกลับ ซึ่งแสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐในการคำนึงถึงสิทธิของเด็กและเยาวชนร่วมกัน

นาย Giuseppe De Vincentiis ได้กล่าวชื่นชมรัฐบาลไทย ที่ให้ความสำคัญต่อการดูแลความปลอดภัยและชีวิตความเป็นอยู่ของผู้ลี้ภัยที่ผ่านมา ทั้งเด็ก สตรี รวมทั้งผู้ลี้ภัยที่อยู่ในพื้นที่พักพิงชั่วคราว

พร้อมทั้งขอแสดงความขอบคุณทางการไทย ที่ไม่ส่งบุคคลที่ร้องขอไปยังที่เสียงต่อชีวิต โดยทราบดีถึงกรณีผู้ลี้ภัย มีความละเอียดอ่อนและมีความท้าทายร่วมกัน

โดย UNHCR ยินดีและพร้อมให้ความร่วมมือกับรัฐบาลไทยอย่างจริงใจ เพื่อเสริมสร้างบรรยากาศการส่งกลับผู้ลี้ภัยอย่างสร้างสรรค์และมีประสิทธิภาพต่อไป โดยเฉพาะความร่วมมือกัน ในการส่งกลับผู้หนีภัยจากการสู้รบจากเมียนมา กลับมาตุภูมิโดยสมัครใจครั้งที่ 3 ที่จะมีขึ้นในต้นปีนี้

error: Content is protected !!