วันเสาร์, 8 พฤษภาคม 2564

ทหารคุมเข้ม ส่งพัสดุไปรษณีย์

15 ม.ค. 2019
82

 

“พลเอก อภิรัชต์” เล่นเอง คุยเอกชน คุมเข้ม การส่งพัสดุไปรษณีย์ หวั่น ส่งยาเสพติด-อาวุธสงคราม -สิ่งผิดกฎหมาย/ประชุมขอความร่วมมือ ผู้ประกอบการไปรษณีย์ หลังสถิติ 3 เดือนจับยาเสพติดส่งผ่านระบบโลจิสติกส์ เพียบ เน้นย้ำ ติดตั้งกล้อง CCTV ย้ำ ผู้ส่งไปรษณีย์ จะต้องใช้บัตรประชาชนต้องตรงกับผู้ส่ง ให้ลูกค้า ถอดแว่นดำ หมวกกันน้อค ยันปราบยาเสพติดต่อ ไม่หยุดแค่3 เดือน

ที่ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. และ รองผอ.รมน.
และ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ได้เชิญส่วนราชการที่เกี่ยวข้องกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด อาวุธสงคราม สิ่งผิดกฎหมาย พร้อมด้วยผู้บริหารบริษัทขนส่ง/ผู้ประกอบการธุรกิจรับ-ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ชั้นนำ15บริษัท เช่น บริษัท Kerry Express ประเทศไทย) จำกัด , บริษัท เอสซีจี เอ็กซ์เพรส , บริษัท ไดนามิคโลจิสติกส์ , จำกัด บริษัท นิ่มเอ็กซ์เพรส จำกัด , บริษัท ลาล่ามูฟ ประเทศไทย บริษัท ทีเอ็นที เอ็กซ์เพรส เป็นต้น ร่วมประชุม

เพื่อชี้แจง สร้างความเข้าใจ และหารือกับผู้ประกอบการดังกล่าว ให้เกิดความร่วมมือในการป้องกันการลักลอบส่งสิ่งของผิดกฎหมายผ่านธุรกิจรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์และระบบขนส่ง ทั้งนี้การให้ความสำคัญกับระบบการขนส่งสินค้าและพัสดุเป็นอีกมาตรการหนึ่งที่ คสช. จะนำมาใช้ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดตามนโยบายเร่งด่วนที่กำลังดำเนินการอยู่

พลเอก อภิรัชต์ ระบุว่าการแก้ไขปัญหายาเสพติดที่บั่นทอนประเทศและเยาวชน เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล ที่มอบให้หน่วยงานด้านความมั่นคงเร่งปราบปรามในช่วง 3 เดือนนี้ จนปรากฏผลการจับกุมยาเสพติดเป็นจำนวนมาก ในขณะเดียวกันปัจจุบันระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce) และระบบการจัดการส่งสินค้า (Logistics) ที่เติบโตอย่างรวดเร็ว ทำให้มีผู้ใช้บริการขนส่ง พัสดุภัณฑ์เป็นจำนวนมาก ซึ่งที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตรวจพบมีการลักลอบกระทำผิดกฎหมายโดยผ่านธุรกิจรับ-ส่งพัสดุภัณฑ์

จึงมีความจำเป็นที่ส่วนที่เกี่ยวข้องจะต้องมาร่วมกันกำหนดมาตรการที่เหมาะสมในการป้องกันมิให้มีการใช้ช่องทางดังกล่าวกระทำผิดกฎหมาย

พลเอก อภิรัชต์ ได้ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้พิจารณาเพิ่มความเข้มงวดในมาตรการรับ-ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ วันละเป็นล้านชิ้น เช่น การติดตั้งกล้องวงจรปิดบริเวณพื้นที่รับ-ส่ง การบันทึกข้อมูลบัตรประชาชนของผู้ใช้บริการ การอำนวยความสะดวกให้มีการบรรจุหีบห่อ ณ จุดบริการ การใช้ระบบตรวจติดตามการให้บริการ หรือ Tracking System เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวขึ้นอยู่กับความพร้อมของผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ พลเอก อภิรัชต์ ยังได้มอบหมายให้ กอ.รมน. ร่วมกับ ป.ป.ส. และส่วนงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาจัดตั้ง ศูนย์รับแจ้งเรื่องตรวจพบการขนสิ่งผิดกฎหมายผ่านธุรกิจให้บริการรับ-ส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์ เพื่อเจ้าหน้าที่จะได้นำข้อมูลเข้าสู่ระบบการตรวจสอบต่อไป และยังเป็นการป้องกันผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจโลจิสติกส์ของภาคเอกชนด้วย

พลเอกอภิรัชต์ กล่าว ว่าได้มีการเรียกผู้ประกอบการขนส่ง พัสดุมาหารือเพื่อทำความเข้าใจในการลดปัญหายาเสพติด ซึ่งที่ผ่านมาในรอบ 3 เดือนพบว่ามีการพบว่ามีปริมาณการขนส่งยาเสพติดผ่านไปรษณีย์เป็นจำนวนมากดังนั้นจึงขอความร่วมมือให้มีการเข้มงวดจริงจัง โดยผู้ส่งจะต้องใช้บัตรประชาชนตนเอง

และ ไปรษณีย์จะต้องติดตั้ง CCTV ให้เห็นหน้าตาคนส่งชัดเจนและต้องถอดหมวกแว่นตาและหมวกกันน็อค

พร้อมย้ำว่าสถิติในรอบ 3 เดือนมีการจับกุม ยาเสพติดได้เป็นจำนวนมาก ที่ขนส่งผ่านระบบโลจิสติกส์ ซึ่งถือว่าน่าตกใจมากและในอนาคตจะต้องมีการแก้กฎหมายและเจ้าหน้าที่จะทำงานอย่างต่อเนื่อง เพราะยาเสพติดเป็นปัญหาที่บ่อนทำลายชาติ ไม่หยุดปราบ ยันทำต่อ

error: Content is protected !!