วันอังคาร, 15 มิถุนายน 2564

ทบ.ระดมทหาร45 กองร้อย 6,048 นาย สู้ศึก “ปาบึก”

04 ม.ค. 2019
95

ใช้ รถบรรทุก240 คัน, เรือ 115 ลำ, ชุดแพทย์เคลื่อนที่ 14 ชุด, รถครัวสนาม 22 คัน, ชุดเปิดเส้นทาง 4 ชุด

พันเอกวินธัย สุวารี โฆษกทบ. กล่าวว่า จากกรณีสถานการณ์พายุ “ปาบึก” บริเวณอ่าวไทยตอนล่าง ซึ่งคาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่ง จ.นครศรีธรรมราช ในเย็นวันนี้ ทำให้มีฝนตกหนัก อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ทะเลมีคลื่นสูงและลมแรง

พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ. สั่งหน่วยทหารในส่วนกลางเข้าสนับสนุน โดยร่วมบูรณาการการทำงานกับหน่วยทหารของ กองทัพเรือ ในการเข้าช่วยเหลือประชาชนจากเหตุพายุโซนร้อน “ปาบึก” ซึ่ง โดยเน้นกำชับความปลอดภัยของ จนท.และประชาชนเป็นสำคัญ

พร้อมสั่งการให้มีการตั้งวอร์รูมติดตามสถานการณ์ขึ้นที่กองบัญชาการกองทัพบก เพื่อประชุมติดตามสถานการณ์ร่วมกับ กองทัพภาคที่ ๔ และ มณฑลทหารบกใน ๑๔ จังหวัดภาคใต้ อย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันในพื้นที่กองทัพภาคที่ ๔ ได้มีการจัดตั้ง ศูนย์บรรเทาสาธารณภัยขึ้นจำนวน ๒๒ ศูนย์ ทั้ง ๑๔ จังหวัดภาคใต้ เพื่อติดตามสถานการณ์ และพร้อมเข้าให้การช่วยเหลือในพื้นที่ประสบภัยได้ในทันที

และมีการตั้งกองอำนวยการช่วยเหลือประชาชนส่วนหน้าประจำพื้นที่เสี่ยงเรียบร้อยแล้ว

การจัดกำลังพล และยุทโธปกรณ์ประกอบด้วย กองร้อยบรรเทาสาธารณภัยจำนวน ๔๕ กองร้อย มีกำลังพลรวม ๖,๐๔๘ นาย, รถบรรทุก ๒๔๐ คัน, เรือ ๑๑๕ ลำ, ชุดแพทย์เคลื่อนที่ ๑๔ ชุด, รถครัวสนาม ๒๒ คัน, ชุดเปิดเส้นทาง ๔ ชุด

และได้มีการจัดกำลังพลและยุทโธปกรณ์จากส่วนกลาง ไปเสริม โดยกองพลทหารราบที่ ๙ ประกอบด้วย รถยนต์บรรทุก ขนาด ๒ ๑/๒ ตัน จำนวน ๖ คัน และรถครัวสนาม จำนวน ๓ คัน เข้าไปเสริม ซึ่งได้เคลื่อนย้ายเดินทางไปสมทบ กับ ทภ.๔ ณ กองบัญชาการกองทัพภาคที่ ๔ จ.นครศรีธรรมราช แล้วในวันนี้

สำหรับการสนับสนุนยุทโธปกรณ์ในส่วนกลางลงไปเพิ่มเติม มีสองส่วน ส่วนแรกประกอบด้วย เฮลิคอปเตอร์แบล็คฮอว์ค ๑ ลำ , เฮลิคอปเตอร์ MI 17 ๑ ลำ พร้อมชุดค้นหาและกู้ภัย จำนวน ๑๕ นาย จากศูนย์การบินทหารบก และหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ , รถสะพานเครื่องหนุนมั่น (MFB) จำนวน ๒ คัน, รถสายพานอเนกประสงค์ (BRONCO) จำนวน ๑ คัน ,รถยนต์บรรทุกขนาด ๕ ตันประกอบเครื่องยก ๑ คัน, รถยนต์บรรทุกขนาด ๕ ตันสำหรับลากจูง ๑ คัน จากกรมการทหารช่าง

รวมถึง รถสื่อสารดาวเทียมทางยุทธวิธี ๑ คัน จากกองพันทหารสื่อสารที่ ๑๐๑ กรมทหารสื่อสารที่ ๑ โดยพร้อมเข้าเชื่อมต่อระบบการสื่อสารทันที หากการสื่อสารของภาคพลเรือน ติดขัดในบริเวณพื้นที่ประสบภัย ซึ่งทั้งหมดได้มีการเคลื่อนย้ายเพื่อเดินทางไปคอยให้การสนับสนุนอยู่ ณ บริเวณกองบิน ๕ (อ่าวมะนาว) จ.ประจวบคีรีขันธ์ เรียบร้อยแล้ว

สำหรับส่วนที่สอง มี รถยนต์บรรทุกขนาด ๒ ๑/๒ ตัน (FTS) จำนวน ๑๖ คัน, รถครัวสนาม จำนวน ๖ คัน, รถผลิตน้ำประปาจำนวน ๑ คัน จากกองพลทหารราบที่ ๙ และ รถยนต์บรรทุกขนาด ๒ ๑/๒ ตัน (FTS) จำนวน ๔ คัน จากกรมการทหารช่าง และ รถครัวสนาม จำนวน ๑ คัน, รถยนต์บรรทุกขนาด ๒ ๑/๒ ตัน (FTS) จำนวน ๑ คัน จากกรมทหารสื่อสารที่ ๑ ได้มีการเคลื่อนย้ายจากที่ตั้งหน่วยปัจจุบัน เพื่อเดินทางไปคอยให้การสนับสนุนอยู่ ณ บริเวณ ศูนย์การทหารราบ จ.ประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งคาดว่าจะถึงในช่วงเย็นวันนี้

error: Content is protected !!