วันอาทิตย์, 19 กันยายน 2564

“บิ๊กแดง” สั่ง ทัพ2 -ทัพ3 จับมือ ทัพเรือ ร่วมสกัดกั้น ยาเสพติด ทั้งทางบกและทางน้ำ

29 ต.ค. 2018
209

“บิ๊กแดง” สั่ง ทัพ2 -ทัพ3 จับมือ ทัพเรือ ร่วมสกัดกั้น ยาเสพติด ทั้งทางบกและทางน้ำ ตลอดลำน้ำโขง เร่งในช่วง 3 เดือน ห่วงความปลอดภัย จนท.ที่เข้าตรวจค้น จับกุมยาเสพติด พร้อมเชิญชวนประชาชนร่วมงานจิตอาสาพัฒนาชุมชน เผยส่ง”ศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่“ เจาะพื้นที่ห่างไกล

​​พลเอก อภิรัชต์ คงสมพงษ์ ผบ.ทบ.และ เลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ประชุมสำนักเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ

พันเอกหญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกคสช. กล่าวว่า พลเอก อภิรัชต์ 
ได้ให้ความสำคัญกับการปฏิบัติงานของ “ศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่” ซึ่งขณะนี้ได้เริ่มเข้าพบปะประชาชนตามชุมชนและหมู่บ้านเพื่อรับฟังและร่วมแก้ไขปัญหาความเดือดร้อน

โดยใช้กลไกการทำงานร่วมกันของกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย ฝ่ายปกครอง ตำรวจ และจิตอาสา ทั้งนี้ให้ศูนย์ดำรงธรรมเคลื่อนที่มีแผนงานพบปะประชาชนในพื้นที่ห่างไกลเป็นลำดับแรก

​พลเอก อภิรัชต์ ระบุถึง การขับเคลื่อนนโยบายแก้ปัญหายาเสพติดและอาวุธสงคราม ได้ประกาศเจตนารมณ์ที่จะสกัดกั้นและหยุดยั้งยาเสพติดไว้ที่แนวชายแดน โดยใช้กลไกของหน่วยงานด้านความมั่นคงและกองกำลังชายแดน ดำเนินมาตรการสกัดกั้นอย่างเต็มที่ในช่วง 3 เดือน จากนี้ (พ.ย.61 – ม.ค.62)

การประชุมในวันนี้ พลเอก อภิรัชต์ ได้ย้ำในพื้นที่ปฏิบัติงาน โดยระบุว่าพื้นที่ที่เป็นรอยต่อในความรับผิดชอบของแต่ละหน่วยงาน ให้มีการบูรณาการร่วมกันในทุกมิติ ทั้งข้อมูลข่าวสารและอุปกรณ์

โดยเฉพาะในพื้นที่ตลอดลำน้ำโขง ซึ่ง กองทัพภาคที่ 2,3 และกองทัพเรือ จะร่วมกันสกัดกั้นทั้งทางบกและทางน้ำ

โดยล่าสุด กองทัพบกเตรียมสนับสนุนเรือเพิ่มเติมให้กับกองกำลังชายแดน เพื่อใช้ในการลาดตระเวนและสกัดกั้นร่วมกับหน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำน้ำโขง (นรข.) ให้ครอบคลุมพื้นที่ยิ่งขึ้น

​ทั้งนี้ พลเอก อภิรัชต์ ยังได้แสดงความห่วงใยในเรื่องความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ที่เข้าตรวจค้นจับกุมยาเสพติดและอาวุธสงคราม ได้กำชับให้ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวังภายใต้กรอบอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย

โดยเฉพาะเมื่อเกิดเหตุปะทะกับขบวนการยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ให้ใช้กฎการปะทะอย่างเหมาะสมตามหลักการ

รวมถึงเมื่อสามารถจับกุมยาเสพติดและส่งดำเนินคดี ต้องให้ความสำคัญกับกระบวนการตรวจพิสูจน์สารเสพติด และการติดตามผลความคืบหน้าทางคดีด้วย

​ส่วนมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรตามนโยบายรัฐบาลในเรื่องการสกัดกั้นมิให้ผลผลิตทางการเกษตรจากนอกประเทศลักลอบเข้ามาจำหน่ายในไทยนั้น พลเอก อภิรัชต์ กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและกองกำลังชายแดน เข้มงวดในการตรวจสอบและป้องกันมิให้มีการนำผลผลิตดังกล่าวเข้ามาในประเทศทุกช่องทาง โดยเฉพาะสินค้าเกษตรที่อยู่ในบัญชีต้องห้ามนำเข้าในราชอาณาจักรตามที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ทั้งนี้เพื่อให้สินค้าเกษตรในประเทศเป็นไปตามกลไกการตลาด

​ในตอนท้ายของการประชุม พลเอก อภิรัชต์ ได้กล่าวถึงการทำงานในโครงการจิตอาสาที่ทุกภาคส่วนได้ร่วมกันดำเนินกิจกรรมอย่างเข้มแข็ง โดยเฉพาะการพัฒนาพื้นที่สาธารณประโยชน์และพัฒนาชุมชน

ซึ่งในช่วงต่อไปขอให้ทุกหน่วยงานเน้นการเปิดโอกาสและสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชนทั่วไปในกิจกรรมจิตอาสาต่างๆ หวังให้ประชาชนมีจิตอาสาร่วมกันดูแลชุมชนที่ตนเองอยู่อาศัยให้มีสภาพแวดล้อมที่ดี เป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสังคมและประเทศ

error: Content is protected !!